วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

Ai:Gemini ช่วยเขียนคำสั่งใหม่ ด้วย LISP ไว้ใช้งาน บน PTCAD

 Ai:Gemini ช่วยเขียนคำสั่งใหม่ ด้วย LISP ไว้ใช้งาน บน PTCAD

 

การเขียน Code สำหรับงานเขียนแบบอย่าง AutoLISP หรือ LISP  อาจจะดูเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ แต่ในยุคนี้ เรามีตัวช่วย Ai ที่ชาญฉลาดอย่าง Gemini ที่ช่วยให้การเขียน Script กลายเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ "สั่งด้วยภาษาคน"

 บทความนี้จะไกด์คุณตั้งแต่ขั้นตอนการสั่ง Gemini ไปจนถึงการนำ Code ไปรันบน PTCAD ครับ

 

1. ขั้นตอนการสั่ง Gemini ให้เขียน Code (The Prompting)

กุญแจสำคัญคือการอธิบาย "ขั้นตอน (Logic)" ให้ชัดเจนเหมือนเราสั่งงานเด็กฝึกงานครับ

 ตัวอย่างสถานการณ์: เราต้องการสร้างคำสั่งใหม่ที่คลิกจุดไหนก็ได้ แล้วโปรแกรมจะเขียนตัวเลขลำดับ (1, 2, 3...) ลงไปในวงกลมตรงจุดนั้นพอดี

 ลองใช้ Prompt นี้สั่ง Gemini:

 

1.      "ช่วยเขียน Code AutoLISP ที่ไม่ใช้คำสั่ง Visual “

2.      สร้างคำสั่งชื่อ 'MYCN' (My Circle Number)

3.      เมื่อรันคำสั่ง ให้ผู้ใช้คลิกเลือกจุดบนหน้าจอ

4.      โปรแกรมจะวาดวงกลมรัศมี 5 หน่วย ณ จุดนั้น

5.      ใส่ตัวเลข Text ไว้ตรงกลางวงกลม โดยเริ่มจากเลข 1 และเพิ่มขึ้นทีละ 1 ทุกครั้งที่คลิกจุดใหม่

6.      วนซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะกด Esc เพื่อออก"

 

2. การตรวจสอบและคัดลอก Code

Gemini จะส่ง Code มาให้ในรูปแบบ Block สีดำๆ ให้คุณกดปุ่ม "Copy code" มาได้เลย ตัวอย่างโครงสร้างที่ได้จะหน้าตาประมาณนี้:

 

LISP CODE

(defun c:MYCN (/ pt rad count)

  (setq count 1)

  (setq rad 5.0)

  (while (setq pt (getpoint (strcat "\nเลือกจุดเพื่อวางลำดับที่ " (itoa count) ": ")))

    (command "._CIRCLE" pt rad)

    (command "._TEXT" "Justify" "Middle" pt 2.5 0 (itoa count))

    (setq count (1+ count))

  )

  (princ)

)

 

 

3. วิธีนำไปใช้งานใน PTCAD

เมื่อได้ Code มาแล้ว การนำไปใช้ใน PTCAD มี 2 วิธีหลักๆ ดังนี้ครับ:

 

วิธีที่ 1: การใช้งานแบบชั่วคราว (Fast Track)

หากต้องการทดสอบ Code ทันทีโดยไม่บันทึกไฟล์:

 

1.      เปิดโปรแกรม PTCAD ขึ้นมา

2.      ที่ช่อง Command Line ด้านล่าง ให้คลิกแล้วกด Ctrl + V เพื่อวาง Code ทั้งหมดลงไป

3.      กด Enter

4.      พิมพ์คำสั่งที่คุณตั้งไว้ (เช่น MYCN) แล้วเริ่มใช้งานได้เลย

 

วิธีที่ 2: การบันทึกเป็นไฟล์เพื่อใช้ถาวร (Professional Way)

 

1.      เปิดโปรแกรม Notepad (หรือ Text Editor อื่นๆ)

2.      วาง Code ที่คัดลอกมาลงไป

3.      ไปที่ File > Save As

4.      ตั้งชื่อไฟล์ตามด้วยนามสกุล .lsp เช่น MyTool.lsp (ตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่ได้เซฟเป็น .txt)

5.      ใน PTCAD พิมพ์คำสั่ง APPLOAD

6.      เลือกไฟล์ .lsp ที่บันทึกไว้ แล้วกด Load

 

4. ข้อควรระวังเมื่อใช้ Gemini กับ CAD

Layer และ Style: บางครั้ง Gemini อาจเขียน Code ที่เรียกใช้ Layer หรือ Text Style ที่ไม่มีในไฟล์งานเรา ทำให้เกิด Error ควรเช็คว่าในแบบของคุณมี Style ชื่อนั้นๆ อยู่จริง

 

PTCAD รองรับมาตรฐาน LISP ส่วนใหญ่อยู่แล้ว แต่ถ้า Code ไม่ทำงาน ลองบอก Gemini เพิ่มว่า "ปรับปรุง Code ให้รองรับคำสั่งพื้นฐาน (Standard Command) ของโปรแกรม CAD ทั่วไป"

 

OSNAP: บางครั้งการรัน LISP อาจถูกจุด Snap รบกวน แนะนำให้เพิ่มการปิด Snap ชั่วคราวใน Code (หาก Gemini ไม่ได้ใส่มาให้)

วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

AutoLISP คืออะไร ?

 AutoLISP คืออะไร

 

AutoLISP คือภาษาโปรแกรมที่ใช้สำหรับเขียนคำสั่งอัตโนมัติ (Automation) ภายในโปรแกรม เขียนแบบ โดยเฉพาะใน AutoCAD ของ Autodesk จุดเด่นคือสามารถสร้างคำสั่งใหม่ ๆ เพิ่มเข้าไปในโปรแกรม เพื่อช่วยทำงานซ้ำ ๆ ให้เร็วขึ้น และปรับแต่งระบบให้ตรงกับงานเฉพาะทาง เช่น งานสถาปัตย์ วิศวกรรม หรือเขียนแบบก่อสร้าง

 

AutoLISP เป็นภาษาที่พัฒนามาจากภาษา LISP (List Processing) ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมยุคแรก ๆ ของวงการคอมพิวเตอร์ เน้นการประมวลผลข้อมูลแบบรายการ (List) และเหมาะกับการเขียนระบบที่ต้องจัดการข้อมูลจำนวนมาก

 

ใน AutoCAD นั้น AutoLISP สามารถใช้เพื่อ:

·         สร้างคำสั่งใหม่ในโปรแกรม

·         คำนวณค่าทางเรขาคณิต (พื้นที่ ระยะ มุม)

·         จัดการวัตถุในแบบอัตโนมัติ

·         เชื่อมต่อข้อมูลกับไฟล์ เช่น CSV หรือ Excel

·         ทำระบบตรวจสอบแบบ (Drawing QC)

 

ประวัติความเป็นมาของ AutoLISP

ลำดับเหตุการณ์โดยสรุป

 

ปี 1958             ภาษา LISP ถูกพัฒนาโดย John McCarthy เพื่อใช้ในงานด้าน AI

ปี 1980s           โปรแกรม CAD เริ่มได้รับความนิยม และ AutoCAD เปิดให้ผู้ใช้ปรับแต่งโปรแกรมได้

ปี 1986             AutoCAD เวอร์ชันใหม่เริ่มรองรับ AutoLISP อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ใช้สามารถเขียนคำสั่งเองได้

ปี 1990s           AutoLISP กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของบริษัทออกแบบ และเกิด Library LISP จำนวนมาก

ปัจจุบัน             เนื่องจากปัจจุบัน ได้มีโปรแกรม เขียนแบบที่ทำงานเหมือน AutoCAD และ ยังรองรับการใช้งาน AutoLISP เหมือนกัน อีกทั้ง AutoCAD รุ่น LT ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่รองรับ AutoLISP แต่ปัจจุบัน กลับมารองรับ AutoLISP จึงทำให้  มีการใช้งาน แพร่หลายมากขึ้น ในผู้ใช้งาน ระดับมืออาชีพ

 

ทำไมต้องใช้ AutoLISP

 เหตุผลหลักที่หลายบริษัทใช้ AutoLISP

 1. ลดเวลาทำงานซ้ำ

งานเขียนแบบมักมีขั้นตอนซ้ำ ๆ เช่น

·         เขียน Text

·         คำนวณพื้นที่

·         ตั้ง Layer

·         ตรวจสอบแบบ

 AutoLISP สามารถทำให้ทำครั้งเดียวแล้วรันซ้ำได้

 

2. ลดความผิดพลาดของคน  เช่น

·         ตรวจเส้นไม่อยู่แนว Ortho

·         ตรวจ Layer ผิด

·         ตรวจ Scale ผิด

·         บริษัทใหญ่ใช้ LISP ทำ QC Drawing

 

3. เพิ่มคำสั่งเฉพาะบริษัท

บางบริษัทมีมาตรฐานการเขียนแบบเฉพาะ เช่น

·         ตั้งชื่อห้องอัตโนมัติ

·         สร้างตารางพื้นที่

·         สรุป BOQ

·         AutoCAD ปกติทำไม่ได้ตรง ๆ

 ----------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างการใช้งาน AutoLISP

ตัวอย่างที่ 1

 คำสั่งคำนวณพื้นที่แล้วเขียน Text กลางพื้นที่

 ตัวอย่างการใช้งาน

·         คลิกพื้นที่

·         โปรแกรมคำนวณ area

·         เขียนข้อความอัตโนมัติ

ตัวอย่างโค้ดง่าย ๆ

 

(defun c:AREA1 ()

  (setq ent (car (entsel "\nSelect closed polyline: ")))

  (command "area" "o" ent)

  (setq ar (getvar "area"))

  (setq pt (getpoint "\nText location: "))

  (command "text" pt 2 0 (rtos ar 2 2))

  (princ)

)

 

 

ตัวอย่างที่ 2

 เลือกวัตถุ 1 ตัว แล้วเลือกวัตถุชนิดเดียวกันทั้งหมด

ใช้บ่อยมากในงาน CAD

เช่น

·         เลือกเสา

·         โปรแกรมเลือกเสาทั้งหมดในแบบ

 

ตัวอย่างที่ 3

Extrude อาคารหลายหลังแบบสุ่มความสูง

เช่น

·         ทำ mass model เมือง

·         random height

  


สรุป

AutoLISP คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ AutoCAD จากโปรแกรมเขียนแบบธรรมดา กลายเป็นระบบอัตโนมัติสำหรับบริษัทได้

วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569

Archicad 29: ก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่ของ BIM

Archicad 29: ก้าวสำคัญสู่ยุคใหม่ของ BIM

Graphisoft ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ Building Information Modeling (BIM) ชั้นนำสำหรับงานสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ประกาศเปิดตัว Archicad 29 ซึ่งเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการออกแบบที่ล้ำสมัยและครบวงจร

ด้วยการปรับปรุงครั้งสำคัญและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการอย่าง AI Assistant การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

ARCHICAD 29: ประสบการณ์การออกแบบที่ดีที่สุด

Archicad 29 มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงความง่ายในการใช้งานและตอบสนองความต้องการหลักของผู้ใช้ โดยสร้างขึ้นบนกลยุทธ์ "Design Intelligence" ของ Graphisoft เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครื่องมือด้านประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity), การทำแบบ (Documentation) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration)



คุณสมบัติเด่นด้านประสิทธิภาพการทำงาน:

  • AI Assistant (รุ่น BETA): รวมอยู่ใน Archicad 29 โดยตรง ให้คำแนะนำอัจฉริยะ ตอบคำถามเกี่ยวกับโมเดล และให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่ต้องสลับโปรแกรม

  • ทางลัดการหมุนวัตถุ: สามารถหมุนวัตถุ 90 องศาได้อย่างรวดเร็วด้วยปุ่มลัด

  • การสร้างช่องเปิด (Opening): สร้างได้โดยตรงในมุมมองรูปตัด (Section) และรูปด้าน (Elevation) เพื่อความแม่นยำแม้ในองค์ประกอบที่ไม่ขนานกัน

  • การอัปเดตชุดครัว: เพิ่มความยืดหยุ่นและการปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้ใช้งาน

  • Dark Mode บน macOS: รองรับการแสดงผลแบบโหมดมืดเพื่อให้สบายตาและตอบสนองการใช้งานได้ดีขึ้น



คุณสมบัติเด่นด้านการทำแบบ (Documentation):

  • Renovation Status สำหรับ Marker: ควบคุมสถานะการปรับปรุงสำหรับตัวสัญลักษณ์ต่างๆ ในแต่ละระยะของแบบ

  • หัวลูกศรที่หลากหลาย: กำหนดหัวลูกศรที่แตกต่างกันที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเส้น เพื่อความชัดเจนในแบบ

  • การปรับปรุงตาราง BOM: เพิ่มตัวเลือกการจัดรูปแบบ สี และการแสดงผลข้อมูลให้สวยงามและตรงความต้องการมากขึ้น

เครื่องมือด้านการทำงานร่วมกัน (Collaboration):

  • การเชื่อมต่อ Bimplus: แชร์โมเดลข้ามสายงานและแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น

  • รองรับการนำเข้าไฟล์ OBJ: ช่วยให้รวมโมเดล 3D จากภายนอกได้โดยตรง

  • การเชื่อมต่อ Bluebeam Studio: เปลี่ยนการจดบันทึก (Annotations) ให้กลายเป็นรายการงาน (Issues) ที่จัดการได้ใน Archicad




GRAPHISOFT AI ASSISTANT (BETA): คู่หูการออกแบบอัจฉริยะ

AI Assistant (BETA) ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และลดขั้นตอนการทำงาน โดยมีแผนจะเปิดตัวเวอร์ชันเต็มในปี 2026

  • AI Visualizer 2.0: สร้างภาพจำลอง (Visuals) จากข้อความสั่งการ (Text queries) ปรับแต่งสไตล์ และเปรียบเทียบภาพก่อน-หลังได้โดยตรงใน Archicad

  • การเข้าถึงข้อมูลช่วยเหลือ: เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลความรู้และบทความสนับสนุนของ Graphisoft เพื่อตอบคำถามเรื่องเครื่องมือและขั้นตอนการทำงานอย่างแม่นยำ


PROJECT AURORA: สร้างต้นแบบรวดเร็วและปรับปรุงอย่างชาญฉลาด

Project Aurora คือแพลตฟอร์มรุ่นใหม่บนระบบ Cloud ของ Graphisoft ที่ช่วยให้สถาปนิกตัดสินใจได้ดีขึ้นตั้งแต่สเก็ตช์แรก

  • การสร้างโมเดลต้นแบบรวดเร็ว: เปลี่ยนไอเดียให้เป็นคอนเซปต์ดิจิทัลด้วยเครื่องมืออัจฉริยะ

  • การวิเคราะห์ประสิทธิภาพและความยั่งยืน: ประเมินประสิทธิภาพของอาคารในอนาคตเพื่อช่วยในการออกแบบที่ประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ขณะนี้ Project Aurora อยู่ในขั้นตอนการทดสอบและคาดว่าจะเปิดใช้งานทั่วไปหลังจากผ่านการตรวจสอบความสมบูรณ์แล้ว

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

Snaptrude 3.0

 Snaptrude 3.0: ระบบนิเวศที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์สำหรับอุตสาหกรรม AEC

Snaptrude 3.0 คือก้าวสำคัญจากการเป็นเพียงเครื่องมือร่างแบบบนเบราว์เซอร์ สู่การเป็นแพลตฟอร์มแบบ Full-stack ที่เชื่อมโยงกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน (Silos) ที่ทำให้สถาปนิกต้องเสียเวลาไปกับการย้ายไฟล์สลับไปมาระหว่างโปรแกรมต่างๆ (เช่น SketchUp, Rhino, Revit และ Excel) ซึ่งปกติจะกินเวลาไปถึง 60-80% ของเวลาทำงาน




4 โหมดหลักที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว (The Four Integrated Modes)

Snaptrude 3.0 รวมขั้นตอนต่างๆ ไว้ในไฟล์เดียวและหน้าจอเดียวผ่าน 4 โหมดหลัก:

  1. Program Mode (โหมดวางโปรแกรม): เปลี่ยนตาราง Excel ที่น่าเบื่อให้กลายเป็นตารางที่มีชีวิต เชื่อมต่อกับโมเดล 3 มิติโดยตรง พร้อมมี AI Copilot ช่วยร่าง ตีความ และปรับปรุงรายละเอียดโครงการ (Brief) ได้ในไม่กี่วินาที

  2. Design Canvas (ผืนผ้าใบการออกแบบ): ผสมผสานการร่างแบบอิสระ (Freehand) เข้ากับความแม่นยำของระบบ Parametric การปรับเปลี่ยนรูปทรงจะคำนวณพื้นที่ (Area), ต้นทุน (Cost) และค่าแสงสว่าง (Daylight metrics) ให้โดยอัตโนมัติทันที

  3. Present Mode (โหมดนำเสนอ): เป็นการรวมกันระหว่างไวท์บอร์ดและสไลด์นำเสนอที่เชื่อมกับโมเดลโดยตรง สามารถลากมุมมองโมเดลสดๆ เข้ามาเขียนกำกับ (Markup) และส่งออกเป็น PDF หรือ DWG ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากเบราว์เซอร์

  4. BIM Mode (โหมด BIM): แปลงรูปทรงแนวคิด (Conceptual Masses) ให้กลายเป็นผนัง พื้น และตระกูลวัตถุ (Families) ของ Revit ได้ในคลิกเดียว ช่วยลดขั้นตอนการวาดใหม่และรักษาความถูกต้องของข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบ


จุดเด่นที่สำคัญในเวอร์ชัน 3.0

  • Single Source of Truth: ข้อมูล รูปทรง และเนื้อหาการนำเสนออาศัยอยู่ในไฟล์เดียวกัน เมื่อมีการขยับพื้นที่ในโมเดล ตารางข้อมูลและแบบร่างจะอัปเดตตามทันที ลดวงจรการ "ส่งออก-วาดใหม่-ตรวจสอบ" ที่ปกติใช้เวลาหลายวันให้เหลือเพียงเรียลไทม์

  • Open by Design (ระบบเปิด): รองรับการทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นได้อย่างลื่นไหล ทั้งการอ่านและเขียนไฟล์ Rhino, Revit, DWG และอื่นๆ เพื่อให้บริษัทต่างๆ ไม่ต้องทิ้งเครื่องมือเดิมที่ใช้อยู่

  • Enterprise-grade, Browser-simple: ใช้งานง่ายผ่านเบราว์เซอร์แต่มีความปลอดภัยระดับองค์กร มีระบบบันทึกเวอร์ชัน (Version control) การเข้ารหัสข้อมูล และการป้องกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูล IP ในการใช้งาน AI

  • Scalability: ออกแบบมาให้รองรับตั้งแต่ทีมขนาดเล็ก 10 คน ไปจนถึงบริษัทใหญ่ที่มีสำนักงานหลายสาขาทั่วโลก



บทสรุป: Snaptrude 3.0 มุ่งหวังที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สถาปนิกสามารถปลดปล่อยจินตนาการได้เต็มที่ โดยที่ซอฟต์แวร์จะไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานอีกต่อไป พร้อมเปิดให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้ครับ

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569

PTCAD ซอฟต์แวร์เขียนแบบ DWG ทางเลือกใหม่ ที่คุ้มค่า

 

PTCAD ซอฟต์แวร์เขียนแบบ DWG  ทางเลือกใหม่ ที่คุ้มค่า

 

ไม่ว่าจะยุคไหน งานเขียนแบบ (Drafting) ยังคงมีบทบาทสำคัญในสายงานวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และก่อสร้าง โปรแกรม CAD (Computer-Aided Design) จึงกลายเป็นเครื่องมือหลักที่ขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ซอฟต์แวร์ เขียนแบบ ที่ทำงานไฟล์ DWG มีหลายตัว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หลักหนึ่งหมื่น ถึงหลายหมื่นบาท ต่อปี ต่อผู้ใช้งาน  ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มมองหาทางเลือกที่คุ้มค่า

 

PTCAD คืออะไร

PTCAD เป็นซอฟต์แวร์ CAD สำหรับการเขียนแบบ 2D และ 3D ที่รองรับไฟล์มาตรฐาน DWG/DXF ซึ่งเป็นฟอร์แมตเดียวกับที่ใช้ใน AutoCAD ทำให้สามารถเปิด แก้ไข และบันทึกไฟล์ร่วมกับผู้ใช้งาน CAD อื่น ๆ ได้อย่างราบรื่น

โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนผ่านจาก CAD อื่นได้ง่าย โดยมีหน้าตา (Interface) และคำสั่ง (Command) ที่คุ้นเคย

 

ความสามารถหลักของ PTCAD

 

PTCAD มีฟีเจอร์ที่ครอบคลุมงานเขียนแบบพื้นฐานจนถึงระดับกลาง ได้แก่:

·         รองรับไฟล์ DWG/DXF เวอร์ชันใหม่

·         เขียนแบบ 2D และ 3D

·         เครื่องมือ Drafting ครบถ้วน เช่น Line, Polyline, Hatch, Dimension

·         รองรับ AutoLISP สำหรับการเขียนโปรแกรมช่วยงานอัตโนมัติ

·         ระบบ Layer, Block, Xref ใช้งานได้เหมือน CAD ชั้นนำ

·         รองรับการทำงานแบบ Network License สำหรับองค์กร

 

นอกจากนี้ ยังมีหลายเวอร์ชันให้เลือก เช่น:

 

·         Lite (เน้น 2D)    แบบรายปี

·         Standard (2D + 3D)      ทั้งแบบรายปี และซื้อขาด

·         Plus (เพิ่มโมดูลเฉพาะทาง เช่น AEC)         ทั้งแบบรายปี และซื้อขาด

 

  

จุดเด่นของ PTCAD

1. คุ้มค่าด้านราคา

PTCAD เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าซอฟต์แวร์ CAD ชั้นนำ เหมาะสำหรับบริษัทขนาดเล็ก ฟรีแลนซ์ หรือผู้เริ่มต้น

 2. ใช้งานง่าย

หน้าตาและคำสั่งใกล้เคียง AutoCAD ทำให้เรียนรู้ได้เร็ว ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

 3. รองรับ DWG เต็มรูปแบบ

สามารถทำงานร่วมกับไฟล์จากลูกค้า หรือทีมงานที่ใช้ CAD อื่นได้ทันที

 4. รองรับ LISP

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนา Automation เช่น การเขียน AutoLISP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงาน

 

PTCAD เหมาะกับ:

 ·         งานเขียนแบบ 2D ทั่วไป เช่น แปลนสถาปัตยกรรม

·         งาน Drafting ในสายวิศวกรรม

·         ผู้ใช้งานที่ต้องการใช้ไฟล์ DWG แต่ลดต้นทุน

·         ผู้ที่ใช้ AutoLISP (แบบไม่ใช้ Visual LISP)

·         บริษัทที่ต้องการ License แบบประหยัด

 

สรุป

 PTCAD เป็นซอฟต์แวร์ CAD ที่ตอบโจทย์งานเขียนแบบได้ดีในระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะในด้าน ความคุ้มค่าและความเข้ากันได้กับไฟล์ DWG แม้จะมีข้อจำกัดบางประการเมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ระดับสูง แต่สำหรับงาน Drafting ทั่วไป PTCAD ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก ในยุคที่ต้องควบคุมค่าใช้จ่ายในทุกส่วนงาน




CAD Tips & Tricks : TCIRCLE command

  CAD Tips & Tricks : TCIRCLE command   คำสั่ง TCIRCLE ใน PTCAD เป็นหนึ่งในเครื่องมือยอดนิยมของชุด Express Tools ที่ช่วยให้คุณวาดรูป...